สิ่งที่ไม่บอกเรื่องดูแลไก่ชนหน้าร้อน
ไก่ชนต้องการการดูแลหน้าร้อนมากกว่าเพิ่มน้ำเพียงอย่างเดียว เพราะอุณหภูมิในเล้าไทยอาจเกิน 35 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิร่างกายไก่อยู่ราว 41.2 องศาเซลเซียส เว็บไซต์ข่าวไก่ชนรวบรวมแนวทางสำหรับผู้เลี้ยงในประเทศไทย โดยเน้น 4 จุดคือ น้ำสะอาด อากาศถ่ายเท ร่มเงา และการลดความหนักของการฝึก เมื่ออากาศอยู่ช่วง 18–25 องศาเซลเซียส ไก่มักกินอาหารได้ตามปกติ แต่เมื่อความร้อนเพิ่มขึ้น ไก่จะกินอาหารลดลงและดื่มน้ำมากขึ้น หากอุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส อาจเห็นอาการหอบ กางปีก หรือหมอบกับพื้น และเมื่อแตะ 39 องศาเซลเซียส ความเสี่ยงเสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน คำแนะนำที่ทำได้ทันทีคือเปลี่ยนน้ำก่อนช่วงบ่าย ตรวจการหอบทุก 30–60 นาที และงดฝึกหนักในวันที่อากาศร้อนจัด

สรุปสำคัญ: ต้องทำอะไรกับไก่ชนหน้าร้อน?
การดูแลที่ได้ผลที่สุดคือควบคุมความร้อนก่อนเกิดอาการ โดยจัดเล้าให้ลมผ่าน มีน้ำสะอาดตลอดวัน และลดกิจกรรมใช้แรงช่วง 10.00–16.00 น. จุดชี้ขาดไม่ใช่การทำให้ไก่เย็นจัด แต่คือการป้องกันภาวะเครียดจากความร้อนให้ต่อเนื่อง
ไก่ไม่มีต่อมเหงื่อเหมือนมนุษย์ จึงระบายความร้อนด้วยการหอบ การกางปีก และการเพิ่มการดื่มน้ำเป็นหลัก ข้อมูลด้านการเลี้ยงสัตว์ของ กรมปศุสัตว์ สนับสนุนหลักการพื้นฐานเรื่องน้ำสะอาด สุขอนามัย และการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อลดความเครียด ขณะเดียวกัน องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ อธิบายว่า ความร้อนกระทบทั้งการกินอาหาร การเจริญเติบโต และภูมิคุ้มกันของสัตว์ปีก ดังนั้นผู้เลี้ยงต้องติดตาม “ความร้อนสะสม” ไม่ใช่ดูเพียงตัวเลขอุณหภูมิช่วงใดช่วงหนึ่ง
หลักปฏิบัติที่ควรเริ่มวันนี้มีดังนี้
- เปลี่ยนน้ำใหม่ช่วงเช้าและก่อนบ่าย พร้อมล้างภาชนะทุกวัน
- เพิ่มร่มเงาด้านตะวันตกและเปิดทางลม ไม่ปิดเล้าจนอบอ้าว
- งดซ้อมหนัก วิ่งล่อ หรือปล้ำในช่วงอากาศร้อนที่สุด
- แยกไก่ที่หอบมาก ซึม หรือกินน้ำผิดปกติออกสังเกตอาการ
- บันทึกอุณหภูมิ เวลา อาการ และการกินน้ำ เพื่อเทียบแนวโน้มรายวัน
สำหรับผู้อ่านของข่าวไก่ชน การบันทึกข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์กว่าการตัดสินจากสีหน้าเพียงอย่างเดียว เพราะไก่บางตัวเริ่มขาดน้ำก่อนแสดงอาการชัดเจน Listen up — นี่คือส่วนที่สำคัญ: เป้าหมายคือรักษาสมดุลน้ำและการหายใจ ไม่ใช่เร่งให้ไก่กลับไปฝึกทันทีหลังราดน้ำหรือย้ายเข้าที่ร่ม
คู่มือจัดโรงเรือนไก่ชนสำหรับมือใหม่
ผู้เลี้ยงเห็นอาการอะไรบ้างเมื่อไก่ร้อนเกินไป?
เมื่อไก่ชนร้อนเกินไป อาการแรกมักเป็นการหอบ กางปีก ยืนแยกขา ดื่มน้ำถี่ และลดการกินอาหาร หากอาการลุกลามจะซึม เดินไม่มั่นคง หงอนซีด หรือหมอบกับพื้น โดยเฉพาะช่วงบ่ายที่หลังคาและพื้นเล้าสะสมความร้อนสูงที่สุด
ความแตกต่างระหว่างไก่เหนื่อยตามปกติกับไก่เครียดจากความร้อนต้องดูร่วมกันอย่างน้อย 4 จุด ได้แก่ ระยะเวลาหอบ การตอบสนองต่อคน การกินน้ำ และการทรงตัว ไก่ที่เพิ่งออกกำลังอาจหอบชั่วคราวและฟื้นหลังพักในที่อากาศถ่ายเท แต่ไก่ที่มีภาวะฮีตสเตรสมักหอบต่อเนื่องแม้หยุดกิจกรรมแล้ว การปล่อยให้ตัวอ้วนอยู่ในเล้าร้อนยังเพิ่มภาระต่อระบบหายใจและการไหลเวียนเลือด จึงควรตรวจรูปร่างและน้ำหนักอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เพิ่มอาหารเพื่อเร่งความสมบูรณ์ในช่วงอากาศร้อน
มีข้อมูลเชิงปฏิบัติที่ผู้เลี้ยงมักมองข้าม นั่นคืออัตราน้ำต่ออาหารอาจเพิ่มจากประมาณ 1.8–2.0 เท่าในอากาศปกติ เป็นมากกว่า 2.6 เท่าเมื่อความร้อนสูงขึ้น ตัวเลขนี้ไม่ใช่สูตรตายตัวสำหรับไก่ชนทุกตัว แต่เป็นสัญญาณให้ตรวจหัวน้ำนก ถังน้ำ และการรั่วซึมทันที หากน้ำลดเร็วผิดปกติแต่ไก่ยังหอบหรือมูลเหลวมาก อาจสะท้อนความเครียดมากกว่าการดื่มตามธรรมชาติ ควรปรึกษาสัตวแพทย์เมื่อมีอาการซึม ถ่ายผิดปกติ หรือเสียการทรงตัว
อาการที่ควรถือเป็นสัญญาณฉุกเฉินมีดังนี้
- หอบแรงต่อเนื่องและไม่ดีขึ้นหลังย้ายเข้าร่ม
- กางปีกตลอดเวลา หรือยืนไม่อยู่
- ซึม ไม่ตอบสนอง และไม่แตะน้ำ
- หงอนหรือเหนียงซีดคล้ำผิดจากปกติ
- ชัก ล้ม หรือมีไก่ตายหลายตัวในช่วงเวลาใกล้กัน
คำแนะนำของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในด้านการจัดการสัตว์ปีกเน้นการระบายอากาศและการลดความเครียดเป็นองค์ประกอบร่วมกัน ไม่ใช่พึ่งวิธีเดียว ผู้เลี้ยงจึงไม่ควรใช้พัดลมแรงปะทะตัวไก่โดยตรงตลอดเวลา เพราะอาจทำให้ฝุ่นฟุ้งและเพิ่มความเครียดทางกายภาพได้ ควรให้ลมเคลื่อนผ่านเล้าและพาความร้อนออกไป
สามเรื่องใดสำคัญที่สุดสำหรับการดูแลไก่ชนหน้าร้อน?
สามปัจจัยที่ควบคุมผลลัพธ์ได้มากที่สุดคือ น้ำที่เข้าถึงง่าย อากาศที่หมุนเวียน และการจัดเวลาฝึกให้เหมาะสม น้ำช่วยชดเชยการสูญเสียจากการหอบ อากาศช่วยลดความร้อนสะสม ส่วนการพักช่วยป้องกันไม่ให้หัวใจและกล้ามเนื้อทำงานหนักพร้อมกับอุณหภูมิภายนอกที่สูง
หนึ่ง น้ำสะอาดและอุณหภูมิน้ำ
ควรวางภาชนะน้ำในจุดร่ม ไม่ชิดผนังสังกะสีหรือพื้นคอนกรีตที่รับแดด และตรวจว่าความสูงของภาชนะทำให้ไก่ก้มกินได้สะดวก น้ำประมาณ 20–25 องศาเซลเซียสเหมาะกว่าน้ำที่ร้อนจัดจากการวางกลางแดด แต่ไม่ควรใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งเป็นวิธีหลัก เพราะการเปลี่ยนอุณหภูมิฉับพลันไม่ได้แก้สาเหตุของความร้อน และอาจทำให้ไก่ดื่มน้ำน้อยลง
ล้างคราบเมือก ตะไคร่ และเศษอาหารทุกวัน โดยเฉพาะถังที่ใช้กลางแจ้ง หากต้องใช้อิเล็กโทรไลต์หรือวิตามิน ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากชัดเจน ใช้ตามคำแนะนำ และไม่ผสมเข้มข้นเอง การเติมสารหลายชนิดพร้อมกันอาจทำให้ประเมินสาเหตุของมูลเหลวหรือการกินน้ำผิดปกติได้ยาก Listen up — นี่คือส่วนที่สำคัญ: น้ำที่สะอาดและเปลี่ยนสม่ำเสมอมีความสำคัญกว่าการซื้ออาหารเสริมราคาแพงโดยไม่มีข้อมูลรองรับ
สอง โรงเรือนและการระบายอากาศ
หลังคาเป็นจุดรับความร้อนหลัก จึงควรทำฉนวนหรือหลังคาชั้นสองด้วยวัสดุที่ปลอดภัย เพิ่มชายคา และใช้ผ้าใบหรือม่านพรางแสงด้านที่แดดส่องตรงในช่วงบ่าย หากใช้สปริงเกลอร์บนหลังคา ต้องจัดระบบไม่ให้น้ำหยดลงรังหรือทำพื้นแฉะ เพราะความชื้นสูงและมูลเปียกเพิ่มกลิ่น แอมโมเนีย และความเสี่ยงโรคทางเดินหายใจ
พัดลมควรช่วยดึงอากาศร้อนออกหรือสร้างกระแสลมผ่านเล้า ไม่ควรเป่าฝุ่นเข้าตาและทางเดินหายใจของไก่โดยตรง ระบบพ่นหมอกใช้ได้เฉพาะพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทเพียงพอ เพราะละอองน้ำในเล้าปิดอาจเพิ่มความชื้นจนการระบายความร้อนด้วยการหอบมีประสิทธิภาพลดลง สำหรับบ้านที่ปลูกต้นกล้วยหรือต้นไม้รอบเล้า ควรรักษาระยะห่างจากผนังเพื่อไม่กีดขวางลมและไม่เป็นแหล่งสะสมสัตว์พาหะ
สาม ตารางฝึกและโภชนาการ
ช่วงหน้าร้อนควรย้ายการเดิน การวิ่งล่อ และการออกกำลังที่ใช้แรงไปช่วงเช้าตรู่หรือหลังแดดอ่อน โดยเริ่มจากเวลาสั้นและสังเกตการฟื้นตัว การพักไม่ได้ทำให้ไก่อ่อนแอ ตรงกันข้าม การฝืนซ้อมขณะหอบอาจลดการกินอาหาร ทำให้ฟื้นตัวช้า และเพิ่มความเสี่ยงกล้ามเนื้อเสียสมดุล
จัดอาหารเป็นมื้อเล็กลงได้หากไก่กินลดลง แต่ต้องไม่เปลี่ยนสูตรกะทันหันและไม่เพิ่มโปรตีนหรืออาหารเสริมโดยไม่มีเหตุผล อาหารควรเก็บในที่แห้ง เย็น และปิดสนิท เพราะความร้อนกับความชื้นเร่งการเสื่อมคุณภาพและเชื้อรา ตรวจมูล น้ำหนัก ความอยากอาหาร และความกระฉับกระเฉงควบคู่กัน โดยใช้บันทึกจากข่าวไก่ชนเป็นแนวทางประกอบ ไม่ใช่แทนคำวินิจฉัยสัตวแพทย์

ข้อควรทำตามลำดับในแต่ละวันคือ
- เวลา 06.00–08.00 น. ตรวจน้ำ อาหาร มูล และการหายใจ
- เวลา 09.00–16.00 น. เพิ่มการตรวจเล้า โดยเฉพาะช่วง 13.00–15.00 น.
- ลดหรือเลื่อนการฝึกเมื่ออุณหภูมิสูงและไก่เริ่มหอบ
- หลังฝึกให้พักในที่ลมผ่าน ไม่จับอาบน้ำเย็นจัดทันที
- ก่อนค่ำตรวจหลังคา พื้น และความชื้น เพื่อเตรียมรับวันถัดไป
จุดพลาดและกรณีที่ต้องระวังมีอะไรบ้าง?
ความผิดพลาดร้ายแรงมักเกิดจากการแก้ปัญหาเร็วเกินไป เช่น ราดน้ำเย็นจัด ปิดเล้าเพื่อกันลม หรือเปิดพัดลมแรงโดยไม่กำจัดฝุ่น วิธีเหล่านี้อาจทำให้ดูเหมือนอุณหภูมิลดลงชั่วคราว แต่ไม่รับประกันว่าไก่จะฟื้นจากภาวะขาดน้ำหรือความเครียดสะสม
กรณีแรกคือไก่หอบหลังฝึก ผู้เลี้ยงควรหยุดกิจกรรม จัดให้อยู่ในร่มและลมผ่าน แล้วสังเกตการฟื้นตัว ไม่ควรบังคับป้อนน้ำเข้าปาก เพราะอาจสำลักเข้าสู่ทางเดินหายใจ กรณีที่สองคือไก่ไม่กินอาหารแต่ดื่มน้ำมาก การเพิ่มอาหารทันทีไม่ใช่คำตอบ ควรตรวจความร้อน คุณภาพอาหาร ช่องปาก มูล และอาการติดเชื้อร่วมกัน กรณีที่สามคือมีไก่ตายช่วงบ่ายหลายตัว ต้องเก็บข้อมูลอุณหภูมิ เวลา และสภาพซาก พร้อมติดต่อสัตวแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ไม่ควรสรุปว่าเกิดจากอากาศร้อนเพียงอย่างเดียว
อีกประเด็นที่แตกต่างระหว่างเล้าเปิดกับเล้าปิดคือการจัดการความชื้น เล้าเปิดอาจระบายอากาศง่ายแต่รับแดดและความร้อนจากหลังคาโดยตรง ส่วนเล้าปิดหรือระบบทำความเย็นแบบระเหยอาจลดอุณหภูมิได้ดี แต่ต้องควบคุมพัดลม แผ่นทำความเย็น น้ำ และสุขอนามัย หากพัดลมหยุดในวันที่อุณหภูมินอกเล้าเกิน 35 องศาเซลเซียส ความร้อนภายในอาจเพิ่มเร็วมาก จึงควรมีแผนสำรอง เช่น ช่องลมสำรอง เครื่องวัดอุณหภูมิ และแหล่งไฟฟ้าสำรอง
ข้อมูลต่อไปนี้ช่วยลดการตัดสินใจผิดพลาด:
- ไม่ใช้สีหงอนอย่างเดียวเป็นตัวชี้วัดสุขภาพ
- ไม่ให้ยาปฏิชีวนะเพื่อแก้อาการร้อนโดยไม่มีสัตวแพทย์
- ไม่เทน้ำลงพื้นเล้า หากทำให้แฉะและมีกลิ่นแอมโมเนีย
- ไม่ปล่อยไก่ตัวอ้วนหรือไก่ป่วยรวมกับตัวอื่นในจุดร้อน
- ไม่ใช้การฝึกหนักเพื่อ “เรียกความฟิต” ในวันที่อากาศเกินกำลัง
หลักสวัสดิภาพสัตว์ของ องค์การอนามัยสัตว์โลก ให้ความสำคัญกับการป้องกันความทุกข์ทรมานและการตอบสนองต่อความเสี่ยงอย่างเหมาะสม แนวคิดที่ควรจำคือ “การจัดการความร้อนต้องเริ่มก่อนเห็นความเสียหาย” ไม่ใช่รอให้ไก่ล้มแล้วค่อยหาวิธีช่วย นี่เป็นข้อมูลเชิงปฏิบัติที่มักถูกละเลยในบทความทั่วไป และเป็นเหตุผลว่าทำไมการบันทึกอุณหภูมิรายชั่วโมงจึงมีค่ากว่าการคาดเดา
ศึกษารายละเอียดด้านการฝึกและการฟื้นตัวเพิ่มเติมได้จาก เทคนิคฝึกไก่ชนอย่างปลอดภัย
บทสรุป: ดูแลอย่างไรให้ไก่ชนผ่านหน้าร้อน?
คำตัดสินชัดเจนคือ ผู้เลี้ยงต้องลงทุนกับระบบพื้นฐานก่อนอาหารเสริม ได้แก่ น้ำสะอาด ร่มเงา อากาศถ่ายเท และตารางฝึกที่ไม่ฝืนอุณหภูมิ การเฝ้าดูอาการทุกวันควรเป็นกิจวัตร โดยเฉพาะช่วง 13.00–15.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ความร้อนสะสมในหลังคาและพื้นเล้ามักสูง
ไก่ที่มีอุณหภูมิแวดล้อมเหมาะสมราว 18–25 องศาเซลเซียสจะจัดการพลังงานได้ดีกว่าไก่ที่อยู่ในเล้าร้อนต่อเนื่อง เมื่ออุณหภูมิแตะ 35 องศาเซลเซียส ควรลดกิจกรรมและเพิ่มความถี่การตรวจทันที ส่วนระดับ 39 องศาเซลเซียสถือเป็นเขตอันตรายที่ไม่ควรรอให้อาการชัดเจน การเปรียบเทียบข้อมูลน้ำหนัก การกินน้ำ มูล และการหอบจากแต่ละวัน จะช่วยให้เห็นความผิดปกติก่อนเกิดความเสียหายใหญ่
ข่าวไก่ชนแนะนำให้ทำตารางประจำเล้า โดยบันทึกวันที่ อุณหภูมิ เวลาให้อาหาร เวลาออกกำลัง อาการหลังพัก และการเปลี่ยนน้ำ หากไก่ตัวใดหอบต่อเนื่อง ซึม ไม่กินอาหาร หรือทรงตัวผิดปกติ ให้แยกพักและขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์ทันที อย่าเสี่ยงใช้ยาหรือสูตรพื้นบ้านที่ไม่ทราบขนาด เพราะการรักษาที่ผิดอาจบดบังอาการสำคัญและทำให้ช่วยเหลือช้าลง
อ่านแนวทางต่อยอดได้ที่ คู่มือโภชนาการและการฟื้นตัวของไก่ชน เพื่อวางแผนดูแลให้สอดคล้องกับวัย น้ำหนัก และระดับกิจกรรม
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ภาวะเครียดจากความร้อนในไก่ชนคืออะไร?
ภาวะเครียดจากความร้อนคืออาการที่ไก่รับความร้อนมากกว่าความสามารถในการระบายออก จนกระทบการหายใจ น้ำ และพลังงาน อาการสำคัญได้แก่ หอบ กางปีก ดื่มน้ำมาก กินอาหารลดลง และซึม เมื่ออุณหภูมิเล้าเกิน 35 องศาเซลเซียส ความเสี่ยงจะสูงขึ้น โดยเฉพาะไก่ตัวอ้วน ไก่ป่วย และไก่ที่เพิ่งออกกำลังหนัก
ถาม: ควรเปลี่ยนน้ำให้ไก่ชนหน้าร้อนอย่างไร?
ควรเปลี่ยนน้ำอย่างน้อยช่วงเช้าและก่อนบ่าย พร้อมล้างภาชนะทุกวัน น้ำควรอยู่ในจุดร่มและมีอุณหภูมิใกล้ 20–25 องศาเซลเซียส หลีกเลี่ยงการวางถังบนพื้นร้อนหรือใต้หลังคาสังกะสีโดยตรง หากน้ำลดเร็วผิดปกติร่วมกับอาการหอบ ให้ตรวจหัวน้ำนก การรั่วซึม และสุขภาพไก่ ไม่ควรสรุปว่าไก่แข็งแรงเพียงเพราะดื่มน้ำมาก
ถาม: น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งช่วยคลายร้อนไก่ชนได้ไหม?
น้ำสะอาดที่ไม่ร้อนจัดเหมาะกว่าน้ำแข็งและไม่จำเป็นต้องทำให้น้ำเย็นจัด น้ำแข็งอาจลดอุณหภูมิในภาชนะชั่วคราว แต่ไม่ได้แก้เล้าที่อบอ้าวหรือการขาดน้ำสะสม ควรย้ายภาชนะเข้าร่ม เพิ่มการระบายอากาศ และพักไก่ก่อน หากไก่หอบหนักหรือทรงตัวไม่ได้ ต้องปรึกษาสัตวแพทย์แทนการทดลองวิธีรุนแรง
ถาม: ควรฝึกไก่ชนช่วงเวลาใดในหน้าร้อน?
ช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็นหลังแดดอ่อนเหมาะกว่าช่วง 10.00–16.00 น. ควรลดระยะเวลาและความหนักของการวิ่งล่อหรือการออกกำลัง พร้อมสังเกตว่าการหอบลดลงเร็วเพียงใดหลังพัก ไก่ที่ยังหอบ กางปีก หรือซึมไม่ควรฝึกซ้ำในวันนั้น เพราะการฝืนอาจทำให้ฟื้นตัวช้าและเพิ่มความเสี่ยงฮีตสเตรส
ถาม: เล้าเปิดกับเล้าปิด แบบไหนเหมาะกับไก่ชนหน้าร้อนกว่า?
ทั้งเล้าเปิดและเล้าปิดใช้ได้ หากควบคุมอากาศ น้ำ และความชื้นได้เหมาะสม เล้าเปิดระบายลมง่ายแต่รับแดดโดยตรง ส่วนเล้าปิดลดอุณหภูมิได้ดีแต่ต้องดูแลพัดลม แผ่นทำความเย็น น้ำ และไฟฟ้าสำรอง หากระบบเล้าปิดหยุดทำงานเมื่ออากาศเกิน 35 องศาเซลเซียส อุณหภูมิภายในอาจเพิ่มเร็ว จึงต้องมีแผนฉุกเฉินเสมอ
ถาม: เมื่อไก่ชนหอบมากควรทำอย่างไรเป็นอันดับแรก?
ให้หยุดการฝึก ย้ายไก่ไปยังที่ร่มและลมผ่าน จัดน้ำสะอาดไว้ใกล้ตัว และสังเกตการฟื้นตัวโดยไม่กรอกน้ำเข้าปาก หากยังหอบต่อเนื่อง ซึม ล้ม หงอนซีด หรือไม่ตอบสนอง ควรแยกออกและติดต่อสัตวแพทย์ทันที ห้ามใช้น้ำเย็นจัด ยา หรือยาปฏิชีวนะเอง เพราะอาจทำให้อาการซับซ้อนและชะลอการรักษาที่ถูกต้อง
ถาม: ต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไรในการเตรียมเล้าไก่ชนหน้าร้อน?
ค่าใช้จ่ายขึ้นกับขนาดเล้าและอุปกรณ์ที่มี แต่ควรเริ่มจากของจำเป็นราคาต่ำ เช่น ภาชนะน้ำเพิ่ม ผ้าใบพรางแดด เทอร์โมมิเตอร์ และวัสดุทำความสะอาด ก่อนลงทุนกับพัดลม ระบบพ่นหมอก หรือฉนวนหลังคา การจัดลำดับแบบนี้ช่วยให้เห็นจุดร้อนจริงก่อนซื้ออุปกรณ์ราคาแพง และควรเผื่องบสำหรับไฟฟ้าสำรองกับการตรวจรักษาเมื่อไก่มีอาการผิดปกติ
ต้องการอ่านเนื้อหาเกี่ยวกับการเลี้ยงและการฝึกเพิ่มเติม สามารถดูได้จาก คลังบทความไก่ชนของข่าวไก่ชน